Cultural-Bound Syndromes
ในแต่ละวัฒนธรรมจะมีการให้ความหมายต่ออาการป่วยทางจิตใจและร่างกายในแบบที่แตกต่างกัน แต่ถ้าอาการป่วยเหล่านี้เกิดจากเงื่อนไขทางสังคมและวัฒนธรรม นักมานุษยวิทยาจะเรียกอาการเหล่านี้ว่า “อาการป่วยทางวัฒนธรรม” (Cultural-Bound Syndromes หรือ culture-specific syndrome หรือ folk illness) อาการป่วยและความผิดปกติจะแสดงออกทางพฤติกรรม อารมณ์ และความรู้สึก ซึ่งสาเหตุของความผิดปกติเหล่านี้อาจมิได้มาจากเชื้อโรค หากแต่เกิดจากสภาพแวดล้อมทางสังคมวัฒนธรรมที่บุคคลใช้ชีวิตอยู่ เมื่อบุคคลเกิดแรงกดดัน ความเครียด หรือความวิตกกังวล อาการผิดปกติก็จะแสดงออกมาในพฤติกรรมและอารมณ์ต่างๆ
ในแต่ละสังคมจะมีสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิตแตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อการแสดงพฤติกรรมของบุคคล เมื่อบุคคลมีปัญหาในการอยู่ในสังคม บุคคลก็จะแสดงอารมณ์และพฤติกรรมบางอย่างออกมาซึ่งเป็นความผิดปกติ ผิดแปลกไปจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ความผิดปกติเหล่านี้บางครั้งเกิดขึ้นร่วมกับอาการผิดปกติทางร่างกายด้วย เช่น ปวดหัว กระสับกระส่าย ฯลฯ
ตัวอย่างอาการผิดปกติเหล่านี้ ได้แก่ อาการ amok ในสังคมมาเลเซีย ซึ่งมีลักษณะอาการของความจำเสื่อม และอาการ susto ในสังคมลาตินอเมริกันซึ่งมีลักษณะอาการหวาดกลัว ในเกาะอีสเตอร์มีอาการป่วยที่เรียกว่า heva เป็นอาการผิดปกติของบุคคลที่ลุกออกมาวิ่งพร้อมกับถือไม้ตะบอง และอมหนูไว้ในปาก ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตอนใต้ของจีน จะมีอาการป่วยที่เรียกว่า kovo หมายถึงอาการหวาดกลัวของผู้ชายที่คิดว่าอวัยวะเพศติดอยู่ในท้อง อาการดังกล่าวนี้สัมพันธ์กับการเลี้ยงดูเด็ก โดยบังคับมิให้เด็กรู้จักการสำเร็จความใคร่ และสัมพันธ์กับการแข่งขันอำนาจของผู้ชาย ในวัฒนธรรมอินเดียนเผ่าโมฮาเวในอเมริกา มีอาการที่เรียกว่า “ฮิวาติก” หมายถึง คนที่สูญเสียความรักและคนรัก จะแสดงอาการนอนไม่หลับ ซึมเศร้า หดหู่ และอาจฆ่าตัวตาย ผู้ที่มีอาการแบบนี้มักจะมีผู้ชายที่สูญเสียภรรยาอันเป็นที่รัก
ในสังคมญี่ปุ่น เด็กนักเรียนจะมีอาการ “ปฏิเสธโรงเรียน” เนื่องจากสังญี่ปุ่นมีการแข่งขันสูง ทุกคนต้องทำงานหนักและต้องเรียนหนังสือเก่งๆ รวมถึงชาวญี่ปุ่นบางคนอาจมีอาการ “ปฏิเสธสังคม” หรือแยกตัวอยู่ตามลำพัง ซึ่งรู้จักในนามอาการฮิกิโกโมริ ผู้ที่มีอาการดังกล่าวนี้เพราะถูกคาดหวังจากคนในครอบครัวมากเกินไป เช่น ต้องประสบความสำเร็จในการเรียนและการทำงาน เกิดความเครียดในทางเศรษฐกิจ ต้องแข่งขันกับคนอื่น นักวิชาการชาวญี่ปุ่น ชินจิ มิยาได วิเคราะห์ว่าอาการปฏิเสธสังคมของคนญี่ปุ่น สัมพันธ์กับสภาพความทันสมัยในสังคมอุตสาหกรรมที่พ่อจะมีอำนาจในครอบครัวและคาดหวังให้ลูกประสบความสำเร็จ เมื่อเด็กเติบโตขึ้นมาจึงเกิดความรู้สึกสับสน หวั่นไหวในบทบาทของตัวเอง
โรนัลด์ ซี ไซมอนส์ และชาร์ล ซี ฮิวจ์ส(1985) เสนอว่าอาการป่วย เช่น การตกใจ คืออาการทางประสาทซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเพียงเล็กน้อย อาการบางอย่าง เช่น ความหวาดกลัว หรือความวิตกกังวล อาการเหล่านี้อาจไม่ถือว่าเป็นอาการป่วย แต่เป็นพฤติกรรมที่มีเงื่อนไขจากสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม ไซมอนส์และฮิวจ์สพบว่าอาการป่วยทางวัฒนธรรมมีความหลากหลายในแต่ละสังคม อย่างไรก็ตาม การศึกษาทางมานุษยวิทยาพบว่าอาการป่วยทางวัฒนธรรมคือตัวอย่างของการแสดงออกที่ถูกกำกับด้วยการปฏิบัติทางสังคม
ผู้เขียน: ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ
เอกสารอ้างอิง:
David Levinson and Melvin Ember (eds.) 1996. Encyclopedia of Cultural Anthropology. Henry Holt and Company, New York. pp.448-449.
Guarnaccia, Peter J. & Rogler, Lloyd H. 1999. Research on Culture-Bound Syndromes: New Directions. American Journal of Psychiatry 156:1322–1327, September.
Jilek W.G 2001ใ Psychiatric Disorders: Culture-specific. International Encyclopedia of the Social and Behavioral Sciences. Elsevier Science.
Kleinman, Arthur 1991, Rethinking psychiatry: from cultural category to personal experience, New York: Free Press.
Rebhun, L.A 2004, "Culture-Bound Syndromes", in Ember, Carol R. & Ember, Melvin, Encyclopedia of Medical Anthropology: Health and Illness in the World's Cultures, New York: Klower Academic/Plenum Publishers, pp. 319–327.
Simons, Rondald C & Hughes, Charles C, ed. 1985, The Culture-Bound Syndromes: Folk Illnesses and Anthropological Interest, Dordrecht, Holland: D. Reidel Publishing.
Teo, Alan R.; Gaw, Albert 2010. "Hikikomori, a Japanese Culture-Bound Syndrome of Social Withdrawal?". Journal of Nervous and Mental Disease 198 (6): 444–449.
หัวเรื่องอิสระ: อาการป่วยทางวัฒนธรรม